







| ปรัชญาการถือศีลอด |
|
|
|
| Written by Administrator |
| Friday, 30 July 2010 11:09 |
|
ศีลอดเป็นอิบาดะฮฺที่ลำบากสำหรับผู้ปฏิบัติทั้งหลาย แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่สามารถปฏิบัติได้เป็นธรรมดาที่ว่าสิ่งใดก็ตามยิ่งยากยิ่งมีผลบุญ และมีปรัชญาแฝงเร้นไว้มากมาย ถ้าพิจารณาถึงสุขภาพพลานามัยจะพบว่าศีลอดมีประโยชน์อย่างมากมายต่อมนุษย์ ขณะเดียวที่อาหารจำไม่น้อยที่เป็นอันตรายและมีโทษกับกระเพราะอาหาร อันเป็นสาเหตุก่อให้เกิดโรคภัยต่างๆ การถือศีลอดไม่ได้หมายถึงการงดการกินและดื่มแต่เพียงอย่างเดียว แต่ยังมีเงื่อนไขอื่น ๆอีก การให้สัญญาและความรับผิดชอบของเราย่อมมีมากขึ้นเมื่ออยู่ต่อหน้าศีลอดปรัชญาการถือศีลอดเพื่อรักษาร่างกายและจิตใจให้สมบูรณ์แข็งแรง ดังคำพูดทีว่าสติปัญญาที่สมบูรณ์ขึ้นอยู่ร่างกายที่แข็งแรง บรรดานักวิชาการทั้งที่เป็นมุสลิมและไม่ใช่มุสลิมได้เขียนหนังตำรามากมายเกี่ยวกับเรื่องนี้ บางส่วนของเนื้อหาสาระที่ตำราเหล่านั้นกล่าวถึงเรื่องการขจัดการย่อยอาหารที่ไม่ดี การสนับสนุนสุขภาพพลานามัยส่วนรวม การป้องกันไม่ให้เกิดโรคไส้ติ่งอักเสบ การทำความสะอาดช่องทางเดินปัสสาวะ การรักษาโรคติดต่อต่าง ๆ โรคผิวหนัง และการขจัดไขมันส่วนเกิน ศีลอดมีผลอย่างมากต่อการรักษาโรคต่างๆที่ไม่อาจรักษาให้หายได้ อย่างไรก็ตามมนุษย์ไม่สามารถปฏิเสธคุณค่าของการถือศีลอด ที่ว่าการถือศีลอดทำให้ร่างกายและจิตวิญญาณมีความสมบูรณ์แข็งแรง ท่านศาสดา (ซ็อล ฯ) กล่าวว่า จงถือศีลอดเพื่อให้สุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง ด้วยสาเหตุนี้เองที่ทำให้การชดใช้ (กะฎอ) ศีลอดที่ขาดไปเป็นข้อบังคับ (วาญิบ) แม้กระทั่งสตรีที่มีรอบเดือนในช่วงถือศีลอดเมื่อหมดรอบเดือนแล้วเธอต้องถือศีลอดชดใช้ ขณะที่นมาซที่ได้ขาดในช่วงนั้นไม่เป็นวาญิบต้องชดใช้[1] การถือศีลอดนั้นเท่ากับเป็นการลดการทำงานของอวัยวะทุกส่วนบนร่างกายไม่ว่าจะเป็นกระเพราะอาหาร เส้นเลือด ต่อมต่าง ๆ ระบบปราสาท ลำไส้ ฯลฯ เพราะการทำงานตลอดทั้งวันทั้งคืนของอวัยวะเหล่านั้นโดยไม่มีการพักผ่อนย่อมนำมาซึ่งการเสื่อมสภาพและการทรุดโทรม แต่ต้องไม่เข้าใจผิดว่าการถือศีลอดได้ทำให้ร่างกายได้พักผ่อนหมายถึงร่างกายไม่ได้หยุดการทำงาน แต่ทว่าได้ทำงานช้าลงเพื่อจะได้มีโอกาสพักผ่อน ด้วยเหตุนี้เองจะพบว่าการถือศีลอดจะช่วยลดอาการปัสสาวะกระปริดกระปอย โรคความอ้วน โรคกระเพราะอาหาร และโรคลำไส้อักเสบ จึงได้มีคำกล่าวว่า การถือศีลอดนั้นจะทำให้อายุยืน ร่างกายกระปรี่กระเป่า ลดความเกียจคร้านและความอ่อนแอไปจากร่างกาย นอกจากนั้นยังช่วยบรรเทาอาการเจ็บป่วยจากโรคภัยต่าง ๆได้มากมาย[๕] ปัจจุบันประเทศในแถบยุโรปได้เปิดโรงพยาบาลขึ้นหลายแห่ง โดยใช้วิธีถือศีลอดรักษาโรคร้ายต่าง ๆ ดังนั้น เมื่อเดือนร่อมะฎอนเวียนมาถึงวิถีการดำเนินชีวิตจึงได้เปลี่ยนไป อันเป็นการสร้างสิ่งใหม่และความปิติยินดีให้กับจิตวิญญาณของตนเพราะจิตวิญญาณของมนุษย์นั้นรับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงที่มีต่อแผนการดำเนินชีวิต อาหารและการนอนหลับตลอดเวลา นักจิตวิทยาได้ค้นพบว่า ความสุขที่ผู้ถือศีลอดได้รับขณะละศีลอดนั้นไม่อาจหาความสุขใดมาเปรียบเทียบได้ เพราะว่าบุคคลที่ถือศีลอดได้ระวังเรื่องการกินและการดื่มตลอดทั้งวัน ครั้นเมื่อถึงเวลาละศีลอดเขาจึงมีความรู้สึกว่าตนได้อิสรภาพจากกฎเกณฑ์ดังกล่าวแล้ว ซึ่งอิสรภาพนั้นเองเป็นตัวนำความปิติยินดีมาสู่มนุษย์ ริวายะฮฺกล่าวว่า ผู้ที่ถือศีลอดนั้นจะมีความสุขอยู่สองช่วงกล่าวคือ ช่วงเวลาละศีลอด และช่วงเวลาที่เขาได้พบกับอัลลอฮฺ (ซบ.) ผลของการถือศีลอดจะช่วยสร้างความสงบมั่นและความปลอดภัยแก่มนุษย์ เพราะมนุษย์นั้นเข้าใจว่าการถือศีลอดเป็นหนึ่งในแนวทางที่ทำให้เขาได้สัมพันธ์อย่างแนบแน่นกับอัลลอฮฺ (ซบ.) อัล-กุรอานกล่าวว่า พึงสังวรไว้ว่าการรำลึกถึงอัลลอฮฺเท่านั้นทำให้จิตใจสงบ[๖]ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ความสงบนั้นถือเป็นเครื่องป้องกันที่ดีที่สุดจากความหวาดกลัว ความตื่นเต้นและความวิตกกังวนต่าง ๆ ณ ที่นี้จะขอหยิบยกเฉพาะริวายะฮฺที่กล่าวถึงปรัชญาของศีลอดจากท่านศาสดา (ซ็อล ฯ) และอิมามผู้บริสุทธิ์ (อ.) ริวายะฮฺกล่าวว่า... ๑.กระเพราะอาหารคือศูนย์รวมของโรคร้ายต่างๆ ท่านศาสดา (ซ็อล ฯ) กล่าวว่า المعدة بيت كل داء، و الحمئة راس كل دواء กระเพราะอาหารคือศูนย์รวมของความป่วยไข้ทั้งหลาย ส่วนการหลีกเลี่ยงคือรากเหง้าของการบำบัด (จากอาหารที่ไม่เหมาะสม และการรับประทานมาก) ท่านศาสดา (ซ็อล ฯ) ได้ชี้ให้เห็นถึง ๓ หลักการใหญ่ๆ ดังต่อไปนี้ اغزوا تغنموا، و صوموا تصحوا، و سافروا تستغنوا ๑. จงต่อสู้ดิ้นรนจนกว่าท่านจะเป็นผู้ปราศจากความต้องการ (ร่ำรวย) ๒. จงถือศีลอดเพื่อให้มีสุขภาพพลานามัยที่แข็งแรง ๓. จงท่องเที่ยวไปเพื่อจะได้มีความมั่นคั่ง การเดินทางและนำสินค้าไปค้าขายยังประเทศต่างๆ เป็นสาเหตุทำให้ปลดเปลื้องความยากจน และแก้ปัญหาเศรษฐกิจให้กับตนเอง สังคม และประเทศชาติ ซึ่งสิ่งนี้ถือว่าเป็นหนึ่งในวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลของท่านศาสดา (ซ็อล ฯ) ท่านได้กล่าวถึงแนวทางแก้ไขสังคมไว้สามประการใหญ่ เพราะการต่อสู้ดิ้นรนเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดความมั่นคงทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม อันเป็นสามหตุทำให้มีสุขภาพสมบูรณ์ทั้งทางกายและจิตใจ ๒. สุนทรพจน์ของท่านอิมามอะลีเกี่ยวกับศีลอด ท่านอิมาม (อ.) ได้กล่าวไว้ในนะฮฺญุลบะลาเฆาะฮฺว่า. و مجاهدة الصيام فى الايام المفروضات، تسكينا لاطرافهم، و تخشيعا لابصارهم، و تذليلا لنفوسهم و تخفيضا لقلوبهم، و اذهابا للخيلاء عنهم لما فى ذلك من تعفير عتاق الوجوه بالتراب تواضعا و التصاق كرائم الجوارح بالارض تصاغرا و لحقوق البطون بالمتون من الصيام تذللا พวกท่านจงยำเกรงอัลลอฮฺ จงเกรงกลัวต่อการลงโทษในความผิดบาปทางโลก และการลงโทษที่จะมีกับบรรดาผู้กดขี่ในปรโลก อัลลอฮฺทรงปกป้องบ่าวผู้ศรัทธาของพระองค์ ด้วยกับนมาซ และการบริจาคซะกาต และเจ้าจงขวนขวายต่อการถือศีลอดในวันที่ถูกกำหนด (เป็นวาญิบ) เพื่อให้เกิดความสงบแก่จิตใจ มือ เท้าและอวัยวะส่วนอื่นๆ (จากความผิดบาปและการฝ่าฝืนในคำสั่ง) เพื่อให้สายตาได้ลดละการมองในสิ่งที่ไม่ควร สร้างความสงบและความอ่อนน้อมให้แก่วิญญาณ ลิ้นและจิตใจ เป็นการขับไล่ความหยิ่งยโสและความเห็นแก่ตัวให้ออกไปจากตัวเพราะแท้จริงนมาซคือสถานที่ชำระล้างเพื่อให้เกิดความนอบน้อม ขณะที่ลงสัจญ์ดะฮฺอวัยวะทั้งเจ็ดส่วนได้กราบราบขนานกับพื้น เป็นการบ่งบอกถึงความต่ำต้อยน้อยค่าของบ่าวเมื่ออยู่ต่อพระพักตร์ของนาย การถือศีลอดได้ก่อให้เกิดความหิวกระหาย ความเกรงกลัว ความอ่อนน้อม และเพื่อจะได้รู้ว่าตัวเองเป็นเพียงสิ่งไร้ค่า ด้งนั้นปรัชญาของนมาซ ศีลอด และซะกาตคือการสร้างตัวเองและการชำระขัดเกลาจิตใจให้สะอาดบริสุทธิ์ เป็นการประกาศความต่ำต้อยน้อยค่าเมื่ออยู่ ณ พระพักตร์ของพระองค์ เป็นการปลดปล่อยมนุษย์ให้หลอดพ้นจากเขี้ยวเล็บของชัยฏอนมารร้าย จากโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ทั้งภายนอกและภายใน เป็นการประกาศการยืนยันต่อสู้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งศีลอดนั้นมีความเป็นพิเศษกว่าอิบาดะฮฺอื่นๆ ซึ่งผลรางวัลของมันขึ้นอยู่กับอัลลอฮฺแต่เพียงผู้เดียว อีกที่หนึ่งท่านอิมาม (อ.) กล่าวว่า و الصيام ابتلاء لاخلاص الخلق ศีลอดคือการทดสอบความบริสุทธิ์ใจของบ่าว ท่านหญิงฟาฏิมะฮฺ(อ.)กล่าวถึงการถือศีลอดไว้ รายงานโดยท่านอิมามญะอฺฟัรฺ บินมุฮัมมัด (อ.) จากบิดาของท่าน จากฟาฏิมะฮฺ กล่าวว่า ผู้ถือศีลอดที่ไม่ยอมปฏิบัติตามสิทธิของศีลอดกล่าวคือ ไม่หักห้ามลิ้น หู สายตา และอวัยวะอื่นๆจากสิ่งที่เป็นหะรอมเท่ากับว่าเขาไม่ได้ถือศีลอด หมายความว่าการถือศีลอดที่แท้จริงมิได้ขึ้นอยู่กับการที่คนเราไม่กินและไม่ดื่มตลอดทั้งวัน หรือไม่ได้ปฏิบัติในสิ่งที่เป็นสาเหตุทำให้ศีลอดเสียในประการอื่นๆ แต่เขายังต้องหลีกเลี่ยงจากการกระทำความผิดบาป และการฝ่าฝืนต่อพระบัญชาของอัลลอฮฺ (ซบ.) อีกต่างหาก เพราะการถือศีลอดที่ปราศจากความยำเกรง การขัดเกลาจิตวิญญาณ และการยกระดับจิตใจของตนเอง ตลอดจนการไม่หลีกเลี่ยงสิ่งที่เป็นหะรอมถือว่าไม่ใช่ศีลอดที่แท้จริง ๓.ศีลอดคือเครื่องมือทดสอบความบริสุทธิ์ใจของมนุษย์ อัลลอฮฺ (ซบ.) ทรงกำหนดการถือศีลอดให้เป็นวาญิบ เพื่อทดสอบความบริสุทธิ์ใจของมนุษย์ ซึ่งมีผลอย่างมากต่อความบริสุทธิ์ใจในการงานต่างๆ หมายความว่าผู้ที่ถือศีลอดทั้งวันทั้งที่เขาสามารถกินหรือดื่มได้ตามใจปรารถนาแต่เขากับไม่ทำ เขาได้เลือกการถือศีลอดการกระทำเช่นนี้ไม่มีคำอธิบายเป็นอย่างอื่นนอกจากความบริสุทธิ์ใจที่มีต่อพระผู้เป็นเจ้า ท่านอิมามอะลี (อ.) ได้กล่าวไว้ในนะฮฺญุลบะลาเฆาะฮฺว่า و صوم شهر رمضان فانه جنة من العقاب ท่านจงถือศีลอดในเดือนรอมฎอน แท้จริงมันคือโล่ป้องกันการลงโทษ ในความหมายศีลอดคือมูลเหตุของการอภัยในความผิดบาปและการฝ่าฝืนของมนุษย์ ดังนั้นการถือศีลอดจึงเป็นเครื่องช่วยให้หลอดพ้นจากไฟนรก และการลงโทษของพระองค์ ๔. ความหิวกระหายทำให้เราได้พึ่งพระองค์ หากพิจารณาด้านโภชนาการและพลานามัย จะพบว่าการรับประทานน้อยเป็นสาเหตุทำให้มีสุขภาพแข็งแรงปราศจากโรคภัย อิสลามไม่ปรารถนาให้มนุษย์ต้องทนทุกข์อยู่กับความหิวโหยตลอดเวลาริวายะฮฺกล่าวว่า اللهم اعوذبك من الجوع โอ้ข้าแต่พระองค์ ข้าฯขอความคุ้มครองต่อพระองค์จากความหิวโหยทั้งหลาย ขณะเดี่ยวกันความหิวโหยเพียงเล็กน้อยถือว่าเป็นความจำเป็นสำหรับชีวิต ซึ่งมันให้ประโยชน์มากมายต่อร่างกายทั้งทางตรงและทางอ้อม อย่างน้อยสุดมนุษย์ไม่ต้องเป็นกังวลเรื่องไขมันสูง ไม่ต้องเสียเงินล้างลำไส้เหมือนกับที่ตะวันตกกำลังประสบอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งนอกจากจะเสียเงินแล้วยังต้องเสี่ยงกับการติดเชื้ออีกต่างหาก ตรงกันข้ามกับการรับประทานมากและอิ่มหนำอยู่ตลอดเวลาอันเป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคร้ายต่างๆ และความเกลียดคร้านโดยเฉพาะอย่างยิ่งอาการเจ็บป่วยทางใจซึ่งถือว่าเป็นโรคร้ายที่สุดเพราะเมื่อมนุษย์อิ่มหนำสำราญอยู่ตลอดเวลาจิตของเขาจะปราศจากการคิด ไม่สำนึกในบุญคุณและไม่ทำการขอบคุณในนิอฺมัต ชอบแสดงความเห็นแก่ตัวและความยโสโอหัง ๕. ศีลอดในทรรศนะของอิมามซอดิก (อ.) ท่านฮิชามบินหะกัม ได้ถามท่านอิมาม ถึงปรัชญาของการถือศีลอด ท่านอิมาม (อ.) ได้ตอบว่า انما فرض الله الصيام ليستوى به الغنى و القير و ذلك ان الغنى لم يكن ليجد مس الجوع، فيرحم الفقير، لان الغنى كلما اراد شيئا قدر عليه، فاراد الله تعالى ان يسوى بين خلقه، و ان يذيق الغنى مس الجوع و الالم ليرق على الضعيف و يرحم الجائع แท้จริงอัลลอฮฺทรงกำหนดให้การถือศีลอดเป็นวาญิบ เพื่อให้เกิดความเสมอภาคกันระหว่างคนรวยกับคนจน และสร้างดุลภาพให้กับสังคม เพื่อให้คนร่ำรวยที่ไม่เคยรู้จักความหิวโหย มีความเมตตาต่อคนยากจนที่อ่อนแอกว่า เพราะเมื่อใดก็ตามที่คนร่ำรวยมีความปรารถนาที่จะกินหรือดื่มเขาสามารถทำได้ตลอดเวลา ดังนั้นอัลลอฮฺทรงกำหนดให้การถือศีลอดเป็นวาญิบเพราะประสงค์ให้เกิดดุลยภาพระหว่างคนรวยกับคนจน คราใดที่คนรวยรู้สึกหิวหรือกระหายเขาจะได้เมตตาต่อผู้อ่อนแอ และสงสารผู้ที่หิวโหย ๖. ความพิเศษเจ็ดประการของผู้ถือศีลอด หะดีษบทหนึ่งรายงานโดยท่านอิมามอะลี (อ.) จากท่านศาสดา (ซ็อล ฯ) ซึ่งท่านได้กล่าวว่า ما من مؤمن يصوم شهر رمضان احتسابا الا اوجب الله تبارك و تعالى له سبع خصال: اولها يذوب الحرام من جسده، و الثانية يقرب من رحمة الله عزوجل، و الثالثة قد كفر خطيئة ابيه آدم، و الرابعة يهون الله عليه سكرات الموت و الخامسة امان من الجوع و العطش يوم القيمة و السادسة يطعمه الله عزوجل من طيبات الجنة، و السابعة يعطيه الله عزوجل برائة من النار، قال: صدقتيا محمد ไม่มีผู้ศรัทธาคนใดจะถือศีลอดในเดือนรอมฎอน เว้นเสียแต่ว่าอัลลอฮฺทรงกำหนดคุณลักษณะที่พิเศษ ๗ ประการแก่เขา ได้แก่ ๑. เพื่อหลอมสิ่งที่เป็นหะรอมในตัวเขาให้สลายไป ๒. เพื่อความใกล้ชิดต่อพระเมตตาของอัลลอฮฺ ๓. เพื่อปกปิดความผิดพลาดของบิดาแห่งสายตระกูล (ท่านอาดัม อ.) ๔. เพื่อความง่ายดายในการถอดดวงวิญญาณออกจากร่าง ๕. เพื่อความปลอดภัยจากความหิวกระหายในวันกิยามะฮฺ ๖. อัลลอฮฺจักทรงประทานอาหารสวรรค์แก่เขา ๗. อัลลอฮฺทรงให้เขาปลอดภัยจากไฟนรก ๗.เหตุผลที่ศีลอดเป็นวาญิบ ท่านอิมามริฎอ (อ.) กล่าวถึงปรัชญาและเหตุผลที่ศีลอดเป็นวาญิบว่า … انما امروا بالصوم لكى يعرفوا الم الجوع و العطش، فيستدلوا على فقر الآخرة، و ليكون الصائم خاشعا ذليلا مستكينا ماجورا و محتسبا عارفا، صابرا على ما اصابه من الجوع و العطش، فيستوجب الثواب مع ما فيه من الامساك عن الشهوات و يكون ذلك واعظا لهم فى العاجل و رائضا لهم على اداء ما كلفهم و دليلا لهم فى الآجل و ليعرفوا شدة مبلغ ذلك على اهل الفقر و المسكنة فى الدنيا فيؤدوا اليهم ما افترض الله لهم فى اموالهم แท้จริงได้มีบัญชาให้มนุษย์ถือศีลอด เพื่อพวกเขาจะได้รับรู้ถึงความหิวกระหาย เป็นเหตุให้ตระหนักถึงการไร้ที่พึ่งความไร้ที่พึ่งและความโดดเดี่ยวในปรโลก เพื่อให้ผู้ที่ถือศีลอดมีความนอบน้อมถ่อมตนเมื่ออยู่ ณ เบื้องพระพักตร์ เพื่อให้เกิดความอดทนอดกลั้นต่อสิ่งที่มาประสบกับเขาจากความหิวกระหาย ในเวลานั้นเขาจะได้รับผลรางวัลมากมายในการหักห้ามตนเองจากกิเลสทั้งหลาย(ไม่ปฏิบัติตามอารมณ์ใฝ่ต่ำ) และสิ่งนี้คือคุณวิเศษที่ได้กล่าวและเป็นคำเตือนแก่ผู้ที่ถือศีลอดทั้งหลายบนโลกนี้ (เพราะผลบุญต่างๆที่ได้ถูกกำหนดขึ้นตามคุณวิเศษเหล่านั้นจะปรากฏให้เห็นบนใบหน้า การกระทำ และความประพฤติของพวกเขา) และเป็นพาหนะแก่ผู้ที่ถือศีลอด พวกเขาได้ปฏิบัติไปตามหน้าที่ ซึ่งเป็นทางนำที่ดีแก่พวกเขา ณ โลกนี้ และพวกเขาจะได้รับรู้ถึงความลำบากและปัญหาของความยากจนของผู้ที่ยากไร้ทั้งหลาย เพื่อพวกเขาจะได้เมตตาแก่คนยากจนและคนอนาถาบนโลก ดังนั้นจงคืนสิทธิของพวกเขา ตามที่อัลลอฮฺได้กำหนดไว้บนทรัพย์สินของพวกเขาเอง(หมายความว่าท่านจะต้องไม่อิ่มหนำสำราญแต่เพียงผู้เดียว โดยปล่อยให้พี่น้องคนอื่นต้องหิวโหย) ท่านศาสดา (ซ็อล ฯ) ได้กล่าวไว้ในสุนทรพจน์สุดท้ายแห่งเดือนชะอฺบานว่า اذكروا بجوعكم و عطشكم جوع يوم القيمة و عطشة، "พวกท่านจงคิดถึงความหิวกระหายของการถือศีลอด เพื่อพวกท่านจะได้ตระหนักถึงความหิวกระหายในวันกิยามะฮฺ เพราะสิ่งนี้จะทำให้ท่านมีความขวนขวายและพยายามต่อการแสวงหาความพึงพอพระทัยจากพระองค์ ทำให้เขาคิดที่จะช่วยเหลือคนอ่อนแอที่ด้อยโอกาสกว่าทั้งทางทรัพย์และทางกาย แน่นอนการถือศีลอดเป็นการภักดีที่ประเสริฐที่สุด เพราะศีลอดได้ครอบคลุมและหยุดยั้งความต้องการของอารมณ์ใฝ่ต่ำ หลักคำสอนของพระผู้เป็นเจ้ามิได้ประทานมาเพื่อการใด ยกเว้นเพื่อสร้างดุลยภาพของความต้องการ และหยุดยั้งมันให้อยู่ในขอบเขตที่จำกัด มีความพอดีและพอเพียง สร้างการขัดเกลาจิตวิญญาณ และยกระดับจิตใจจากความชั่วที่ต่ำทราม ความประพฤติที่ไม่ดี และอบายมุขทั้งหลาย เพราะจุดประสงค์ของศีลอดมิได้มีขอบเขตอยู่แค่การไม่กิน และไม่ดื่มแต่เพียงอย่างเดียว ทว่ายังมีเป้าหมายที่สูงไปกว่านั้นกล่าวคือ การพัฒนาจิตใจให้หลุดพ้นจากสภาพของความเป็นเดรัจฉานไปสู่มนุษย์ผู้มีความสมบูรณ์ ดังที่ท่านศาสดา (ซ็อล ฯ) ได้กล่าวว่า الصوم جنة فاذا صام احدكم فلا يرفث و لا يجهل و ان امرء جادله او شاتمه فليقل انى صائم ศีลอดคือโล่ป้องกันสำหรับตนดังนั้นถ้าคนใดคนหนึ่งในหมู่ของพวกท่านได้ถือศีลอด จงอย่าพูดจาหยาบคาย อย่าทำในสิ่งที่ไร้สาระ และถ้ามีใครโต้เถียงกับเขา หรือด่าว่าเขา จงบอกกับเขาว่าฉันถือศีลอด จุดประสงค์ของท่านศาสดา (ซ็อล ฯ) จากหะดีษดังกล่าวต้องการสอนว่า ศีลอดคือเกาะกำบังที่คอยห่อหุ้มมนุษย์ ให้รอดพ้นจากการหลงทางและการหลงผิด และยังเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้มนุษย์หลอดพ้นจากพันธนาการของชัยฏอนมารร้าย และอารมณ์ใฝ่ต่ำ ฉะนั้นถ้าเขาสามารถควบคุมจิตใจของตนเองได้เขาคือผู้ชนะที่ประสบความสำเร็จที่สุด ๘. แนวทางการหลอกลวงของชัยฏอนตีบตัน ท่านศาสดา (ซ็อล ฯ) กล่าวว่า ان الشيطان ليجرى من ابن آدم مجرى الدم فضيقوا مجاريه بالجوع อิทธิพลและการวนเวียนของชัยฎอนอยู่เหนือมนุษย์ตลอดเวลา ดุจดังเช่นการไหลเวียนของเลือดในร่างกาย ดังนั้นจงทำให้การเวียนวนของชัยฏอนแคบลงด้วยกับความหิว (หมายถึงการถือศีลอด) ตามความเป็นจริงแล้ว การถือศีลอดที่ไม่เกิดเผลมันจะมีประโยชน์กระนั้นหรือ แน่นอนมันไม่มีประโยชน์ การที่คนเราได้เลื่อนเวลาอาหารกลางวันออกไป เปลี่ยนเป็นตอนค่ำ และแค่เพียงไม่ทำในสิ่งที่เป็นสาเหตุทำให้ศีลอดเสียเท่านั้นไม่ว่าใครก็สามารถทำได้ทั้งนั้น แม้แต่คนป่วยที่มีร่างการอ่อนแอแพทย์สั่งให้อดอาหารเขายังต้องทำ ฉะนั้นศีลอดทั่วๆ ไปใครก็สามารถถือได้ แต่การถือศีลอดด้วยจิตใจที่บริสุทธิ์นั้นน้อยคนนักที่สามารถทำได้ เพราะเป็นการถืออดจากการนินทา การดูถูกเหยียดหยาม การใส่ร้ายคนอื่น โกหก การเคลิบเคลิ้มอยู่บนกิเลศ การมีอคติกับคนอื่น การไม่ปกปิดของสงวนของตน การมองคนอื่นด้วยความใคร่ การไม่อบรมจิตใจของตนเอง การไม่อบรมบุตรธิดาให้ถูกทำนองครองธรรม ขี้โมโหและโกรธเร็วกับเรื่องราวเล็กๆ น้อยๆ ไม่มีการอภัยให้กับคนอื่น ไม่อับอายการกระทำของตน เห็นแก่ตัว และเห็นแก่ได้ของคนอื่น คิดว่าตัวเองวิเศษเลอเลิศกว่าคนอื่น และตนถูกต้องเสมอ ไม่ให้เกียรติคนอื่น ไม่เคารพความคิดเห็นและความรู้ของคนอื่น ความผิดบาปและความประพฤติที่ไม่ดีอื่นๆ อีกมากมายที่มนุษย์ได้กระทำ ฉะนั้นถ้าถามว่า เขาได้ถือศีลอดไหม ตอบว่า ไม่ เพราะศีลอดประเภทนี้ไม่มีประโยชน์ใดๆ ทั้งสิ้น นอกจากการได้รับความยากลำบากต่อความหิวกระหายเท่านั้น ศีลอดที่มีประโยชน์คือ ศีลอดที่ก่อให้เกิดพลัง และการขัดเกลาจิตใจ ฉะนั้นจะมีประโยชน์อันใดหรือ สำหรับผู้ที่ถือศีลอด ท่านได้ทำในข้อบังคับของอัลลอฮฺ (ซบ.) คือการถือศีลอด แต่ไม่ยอมละเว้นในความผิดบาป เท่ากับว่าท่านมิได้ทำในสิ่งใดนอกจากการดูถูกตนเองและพระผู้เป็นเจ้าและได้ล่วงละเมิดในทรัพย์สินของพระองค์ สิ่งสำคัญห้าประการเป็นสาเหตุทำให้ต้องละศีลอดและวุฎูอ์เสีย แม้ว่าบรรดานักปราชญ์และผู้เชี่ยวชาญจะกล่าวว่า สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่สาเหตุทำให้ศีลอดและวุฎูอ์เสียก็ตาม และปัจจุบันมีประชาชนส่วนน้อยที่รับอิทธิพลทางวัฒนธรรมของตะวันตก หรือพวกที่เรียกตนเองว่าผู้ดีจะไม่หลีกเลี่ยงหรือใส่ใจต่อคุณลักษณะที่ไม่ดีเหล่านี้เท่าใดนัก ท่านศาสดา(ซ็อล ฯ) ได้กล่าวถึงคุณลักษณะดังกล่าวไว้ว่า คุณลักษณะไม่ดีห้าประการที่ทำลายศีลอดและวุฎูอ์ได้แก่ การโกหก การนินทา การพูดใส่ร้ายและเหน็บแนม การมองด้วยความใคร่ และการสาบานที่โกหก” อิสลามถือว่าการถือศีลอด และวุฎูอ์เป็นหนึ่งในอิบาดะฮฺที่มีความสำคัญของอิสลาม ดังที่กล่าวไปแล้วว่าหัวใจสำคัญของอิบาดะฮฺอยู่ที่จิตใจ ขณะที่คุณสมบัติไม่ดีห้าประการมีผลกระทบโดยตรงกับจิตวิญญาณของมนุษย์ ดังนี้นอกจากจะทำลายตัวของศีลอดแล้ว ยังทำลายผลบุญของศีลอดอีกต่างหาก ผลเสียจากการนินทาและการใส่ร้าย ท่านอิมามริฎอ (อ.) ได้กล่าวว่า ท่านจงหลีกเลี่ยงการพูดนินทาผู้ศรัทธา และการใส่ร้าย เพราะทั้งสองจะทำลายศีลอด (ตลอดจนผลบุญและสวาบของมัน) ส่วนการประพฤติชั่วอื่นๆ การดื่มสุรา การเล่นหมากรุก และการเล่นพนันไม่เหมือนกับการนินทา (เพราะตัวของมันถือว่าเป็นหะรอมอยู่แล้ว) ศีลอดคืออาภรณ์ป้องกันปาก หู และสายตาจากความผิดบาป จากหนังสือฟิกฮุรฺ-ริฎอ (อ.) ได้บันทึกไว้ว่า ท่านอิมามริฎอ ได้กล่าวถึงเงื่อนไขของศีลอด และการรักษาศีลอดไว้ว่า พวกท่านจงรู้ไว้เถิดว่า แท้จริงอัลลอฮฺทรงเมตตาพวกอย่างยิ่ง ที่ทรงทำให้การถือศีลอดเป็นอาภรณ์ที่คุ้มกัน ปาก หู และสายตาตลอดจนอวัยวะส่วนอื่นๆ ซึ่งเมื่อใดก็ตามที่อวัยวะเหล่านั้นได้ถลำไปในความผิด ความประพฤติที่ไม่ดีและความต่ำทราม (เพราะว่าปาก หู สายตาและอวัยวะส่วนอื่นๆ ถ้าได้รับการควบคุมโดยอีมาน และบุคลิกภาพของศาสนาแล้วละก็จะทำให้เขาปลอดภัยจากความผิดบาปคลอด) เพราะการชำระขัดเกลาคืออาภรณ์สำหรับ การฟัง การมอง และการกระทำอื่น ๆ ซึ่งจะช่วยให้เขารอดพ้นจากไฟนรก และเป็นเกราะกำบังที่แข็งแรงสำหรับเขา แน่นอน อัลลอฮฺทรงกำหนดสิทธิอันชอบธรรมสำหรับผู้ที่มีความเหน็ดเหนื่อยต่อการถือศีลอดทุกคน ผลของการถือศีลอด การถือศีลอดเป็น แหล่งกำเนิดความเมตตาของพระผู้เป็นเจ้าที่ได้ไหลรินอยู่ภายในจิตใจของผู้ที่เรียกร้องหาความจริง การถือศีลอดเป็น สำรับอาหารสวรรค์ที่ได้ตั้งอยู่ตรงกลางหัวใจของผู้ที่ถือศีลอดทั้งหลาย การถือศีลอดเป็น พลังที่ช่วยให้จิตวิญญาณยืนหยัดได้อย่างสมเกียรติในสนามของความอดทน การถือศีลอดเป็น พลังที่มาเปลี่ยนความมืดมิดแห่งความเห็นแก่ตัว การถืออัตตาตัวตนเป็นใหญ่ให้เป็นรัศมีของความนอบน้อมถ่อมตนและความเสียสละ การถือศีลอดเป็น ผู้ช่วยเหลือผู้ที่กระทำความผิดบาปที่สำนึกตนแล้วให้รอดพ้นจากไฟนรก การถือศีลอดเป็น ผู้ให้การเลี้ยงดูพลังแห่งความดี และการรีบเร่งกระทำในความดีที่มีอยู่ในตัวมนุษย์ การถือศีลอดเป็น ตัวเสริมสร้างความสวยงามให้กับบุคคลที่มุ่งมั่นอยู่กับอิบาดะฮฺให้มีความสวยงามยิ่งขึ้น การถือศีลอดเป็น ตัวชักนำจิตวิญญาณของมนุษย์ไปสู่สายใยแห่งความเมตตาของพระผู้เป็นเจ้า การถือศีลอดเป็น ตัวชำระล้างจิตวิญญาณของมนุษย์ให้สะอาดจากความผิดบาปและการไร้สาระ การถือศีลอดเป็น บันไดที่ทอดให้มนุษย์เดินผ่านแม่น้ำแห่งอารมณ์ใฝ่ต่ำของตนไปสู่ชายฝั่งแห่งความผาสุก การถือศีลอดเป็น พลังทีคอยปลุกจิตใจมนุษย์ให้ตื่นจากความผิดบาปและความโสมมทั้งหลาย การถือศีลอดเป็น สื่อที่นำพาหูและจิตวิญญาณของผู้ศรัทธาไปเชื่อมต่อกับพลังอันยิ่งใหญ่แห่งพระผู้เป็นเจ้า การถือศีลอดเป็น เสมือนต้นไม้แรกแย้มแห่งความศรัทธาที่ได้ขึ้นอยู่ท่ามกลางสวนดอกไม้แห่งจิตวิญญาณ การถือศีลอดเป็น อาวุธที่คอยทิ่มแทงชัยฏอนมารร้ายซึ่งเป็นศัตรูตัวฉกาจแห่งการชี้นำ (ฮิดายะฮฺ) การถือศีลอดเป็น น้ำผึ้งที่หวานชื่นแห่งสวนสวรรค์ที่ไหลลงสู่จิตใจของผู้ศรัทธาที่มีความบริสุทธิ์ใจ
|
Design by Andishe Velayat